14 ม.ค. 51 จันทร์
วันนี้ตื่น7.10 น. กว่ายังสายได้อีก ขนาดเรียน 8 โมงนะเนี้ย (55~) ถ้าไม่ได้ยินแป๋วบอกว่า
น้ำไหลเอื้อยๆ แล้วนะ ก็ยังไม่ตื่นหรอก รีบตื่นเพราะกลัวว่าวันนี้จะไม่ได้อาบน้ำมากกว่า
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ ไปเรียนกัน วันนี้เดินไปเรียน เพราะจักรยานจอยเอาไปซ่อม
ก็โอเค เดินบ้างก็ดี ตอนเช้าซอยสดใสโล่งผิดปกติ ร้านข้าวยังไม่เปิดเลยสักร้าน เป็นไปได้ไง ??
ก็เลยไม่ได้กินข้าวเช้ากันเลย แวะ 7-11 แวะซื้อขนมปังกับโค้ก(กินโครตเข้ากัน)
แล้วก็ไปเรียน เรียนแบบง่วงมากมายในชีวิต ไม่เข้าใจเลย
แต่อาจารย์บอกว่า เรียนแบบไม่ต้องเข้าใจใช้จำเอา - -* จำมันก็งงอยู่ดี
เฮ้อ...ตอนแรกแอบน้ำตาไหลนิดหน่อย คิดถึงเรื่องอะไรหลายๆ เรื่องที่วุ่นวายในชีวิตเรา
เรื่องที่รบกวนจิตใจเรา เฮ้อ เรื่องเรียนนี่แหล่ะ สงสารแม่จัง นึกถึงเรื่องต่างๆ
ที่เราเรียนไม่ไหวแล้ว น้ำตาก็เอออยู่ที่เบ้าตา เก็บอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ใครเห็น
ถ้าเกิดน้ำตาหยดลงมาจริงๆ เสียงสะอื้นและการเก็บกักอารมณ์คงจะตามมา
เรารู้ว่าแต่เวลาเราเครียด และเก็บเรื่องราวต่างๆไว้คนเดียว พอมันจะระเบิดออกมา
ก็หยุดไม่อยู่ทุกที พยายามเก็บอารมณ์ให้ได้มากที่สุด แล้วก็คิดเรื่องอื่น แล้วตั้งใจเรียนต่อ
มาเรียนคาบ 4 แล้ว เปลี่ยนวิชา นั่งเรียนวิชา Introduction to computer system แล้วก็
กลับมาคิดเรื่องเดิม น้ำตาเริ่มเออล่นออกมาอีกครั้ง และสุดท้ายก็เก็บกั้นอารมณ์นั้นไว้ได้
อยากโทรศัพท์คุยกับแม่จัง แต่เวลาคุยกับแม่ทีไร ต้องทำร่าเริงสดใสทุกครั้ง
เรื่องราวต่างๆ ก็ถูกลืมและทิ้งไปชั่วขณะ และก็ไม่ได้ปลดปล่อยซะที
แม่จะเป็นห่วงเรามากขนาดไหนกันนะ เฮ้อ...
พ่อจะรับปริญญารอบที่ 2 แล้ว ในขณะที่เรายังไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
คนที่พ่อกับแม่หวังจะพึ่งมากที่สุดกลับทำเรื่องทุกอย่างให้ล่มเหลวมากที่สุด
เฮ้อ...ต่างจากพี่ชายที่ดูเหมือนจะเอาอะไรไม่ได้ ได้ดีมีฐานมั่นคง
เป็นน้องที่ไม่ดีเลย T_T
ทำไมมีหลายเหตุผลที่บั่นทอนจิตใจให้เราไม่คิดจะเรียนที่นี่ขนาดนี้
เค้าไม่อยากเรียนที่นี่ เค้าเรียนไม่รู้เรื่อง ไม่มีกำลังใจ
ไม่มีเพื่อนที่ถูกใจ และได้เรื่องพอที่จะดึงเราบ้าง
เบื่อกับเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต - -*
ไม่อยากอยู่หอใน อยากอยู่หอนอกแต่ก็สง%